Fri 24 Dec 2021

READER PICKS

หนังสือโปรด โควตที่ชอบ และเล่มที่ไม่ใช่ของผู้อยู่เบื้องหลังการป้ายยาหนังสือ

ภาพ: NJORVKS

     การซื้อหนังสือมีความเสี่ยง โปรดอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจ!

     หากไม่ใช่เวทมนตร์สะกดใจตั้งแต่แรกเห็นที่ทำให้มือเผลอกดสั่งทันทีแบบงงๆ เราและหลายคนคงมองหารีวิวหนังสือจากผู้ที่เคยอ่านแล้วประกอบการตัดสินใจสักนิดแน่ๆ และหนึ่งในรีวิวเหล่านั้นก็มาจากเพจ หรือแอ็กเคานต์ต่างๆ ในโซเชียลฯ นั่นเอง ซึ่งนอกจากเราจะได้รีวิวหนังสือเล่มที่เล็งแล้ว วันดีคืนดี ก็อาจโดนป้ายยาเล่มใหม่ๆ โดยไม่รู้ตัวด้วย

     ความที่ได้เห็นพวกเขารีวิวหนังสือเยอะ และป้ายยาเก่งอันดับหนึ่ง เราเลยทักไปชวนนักรีวิวหนังสือมาแชร์ถึงการอ่านของตัวเองในปีนี้สักหน่อย ตั้งแต่เล่มโปรดแห่งปี โควตสุดประทับใจ จำนวนที่อ่านในปีนี้และจำนวนที่ตั้งเป้าเอาไว้ในปีหน้า เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที ไปจนเล่มที่ชอบน้อยสุด มาดูกันว่าคำตอบจากแก๊งป้ายยาจะเป็นอะไรกันบ้าง

     และถ้าอ่านจบแล้ว หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็อยากชวนทุกคนมาแชร์คำตอบของตัวเองที่โพสต์เป็นลำดับต่อไปด้วย เริ่มเลอ

NO SYRUP LATTE
(Instagram: nosyruplatte, Twitter: nosyruplatte)

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     แอ็กเคานต์ของคนชอบดื่มลาเต้ไม่ใส่ไซรัป ที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แต่จะเน้นเรื่องหนังสือและการอ่านเป็นหลัก

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Anxious People (เฟรียดริก บักมัน (Fredrik Backman) เขียน) เป็นนิยายที่รวมปัญหาในสังคมปัจจุบันแทบทุกประเด็นมาเล่าแบบใจเย็นผ่านสถานการณ์โจรปล้นธนาคารที่จับคนกลุ่มหนึ่งเป็นตัวประกัน เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจว่าอะไรทำให้คนบางคนตัดสินใจเลือกทางเดินที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ในสายตาคนอื่น และเพราะอะไรคนอื่น (รวมทั้งตัวเรา) ถึงมองว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นปัญหาของสังคม สนุกจนวางไม่ลง ตลกแต่เสียน้ำตา อธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่ายโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสั่งสอน

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “เอเลนอร์ ฉันพูดกับตัวเอง บางครั้งเธอก็ด่วนตัดสินคนเกินไป มีเหตุผลตั้งร้อยแปดที่ทำให้พวกเขาดูไม่เหมือนคนที่เธออยากจะนั่งด้วยบนรถประจำทาง แต่เธอไม่อาจด่วนสรุปใครได้จากการเหลือบมองเขาแค่สิบวินาที เวลาเท่านั้นไม่เพียงพอหรอก อย่างเช่น การที่เธอพยายามไม่นั่งข้างคนอ้วน การเป็นคนอ้วนไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อย ใช่มั้ย เขาอาจกินจุเพราะรู้สึกเศร้า เหมือนกับที่เธอเคยดื่มว็อดก้า เขาอาจมีพ่อแม่ที่ไม่เคยสอนให้ทำอาหารหรือกินอาหารดีมีประโยชน์ เขาอาจทุพพลภาพและไม่สามารถออกกำลังกายได้ หรือไม่ก็ป่วยด้วยโรคที่ทำให้น้ำหนักขึ้น ต่อให้พยายามจนสุดความสามารถแล้ว เธอก็ไม่มีทางรู้ได้เลย เอเลนอร์” — จากหนังสือ ELEANOR OLIPHANT is completely Fine เอเลนอร์สบายดี ของ ‘เกล ฮันนีแมน’ (Gail Honeyman)

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     63 เล่ม

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     60 เล่ม (คือจำนวนหนังสือที่ซื้อในปีนี้แล้วยังไม่ได้อ่าน)

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     A Little Life ของ ‘ฮันยา ยานากิฮารา’ (Hanya Yanagihara)

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     The Midnight Library มหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน ของ ‘แมตต์ เฮก’ (Matt Haig) เป็นนิยายที่พูดเรื่องคุณค่าของชีวิต แต่เรารู้สึกว่าวิธีการที่คนเขียนใช้เพื่อให้ตัวเอกตระหนักเรื่องดังกล่าวรวบรัดเกินไปหน่อย

เมื่อฉันรีวิวหนังสือ
(Instagram: read_zaaps

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     สวัสดีค่ะ จากเพจ เมื่อฉันรีวิวหนังสือ นะคะ เพจของเราหลักๆ รีวิวนิยายแปล หรือหนังสือแนว non-fiction แต่เพราะช่วงนี้ต้องตบตีกับอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กอยู่บ่อยๆ ตอนนี้เลยจะสิงอยู่ที่ไอจี เป็น bookstagram มากกว่าค่ะ โดยการรีวิวในไอจีของเราจะเน้นไปที่การอัดคลิปวิดีโอรีวิว จริงๆ ก็จะมีทั้งคลิปที่รีวิวหนังสือ และคลิปที่พูดไปเรื่อย อัพเดตชีวิต บ่นไม่ก็เมาท์มอยค่ะ ใครสนใจก็ฝากตาม bookstagram ของเราด้วยนะคะ  

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     จวบจนสิ้นแสงแดงดาว (กิตติศักดิ์ คงคา เขียน) จากสำนักพิมพ์ 13357 ค่ะ ตัวเล่มเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ พูดเกี่ยวกับการหนีเอาชีวิตรอดของคนกัมพูชาสองคนในเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เขมรแดง ซึ่งจุดที่เป็นเสน่ห์ของเรื่องคือ ‘รุธิระ’ ตัวเอกเป็นคนตาบอดค่ะ ตอนอ่านบทที่รุธิระบรรยายก็จะลุ้นมาก เพราะเรารู้แค่ว่ารุธิระได้กลิ่นอะไร ได้ยินเสียงอะไร เป็นเล่มที่อ่านแล้วลุ้นมากเลยค่ะ นอกจากนี้ในเล่มยังมีรหัสลับสำหรับคนชอบไขคดีหรืออ่านแนวสืบสวนด้วย ตอนที่เราไขรหัสออกเนี่ย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโคนันเลย 555 ใครสนใจลองไปหาอ่านกันได้นะคะ แต่แนะนำว่าก่อนอ่านให้ลองไปฟังคลิปสรุปเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เขมรแดงมาก่อนนิดนึง รับรองพอมาอ่านจะอินแน่นอนค่ะ! 

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “การทำตัวโลกสวยอาจจะดูอ่อนแอ เหมือนสู้อะไรใครไม่ได้ในโลกแห่งความจริง ดูอ่อนนิ่มไร้เดียงสาไปวันๆ แต่เอาเข้าจริงเวลาที่สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด เวลาที่ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ความกลัว ความเจ็บปวด หรือแม้แต่ความตาย มันก็มีแต่ความโลกสวยนี่แหละที่จะพาเราผ่านทุกอย่างไปได้โดยไม่เป็นบ้า ความคิดดาร์กๆ ไม่มีพลังมากพอจะปกป้องเราจากอะไรได้หรอกครับ ความดาร์กต่างหากที่อ่อนแออย่างแท้จริง” — จากหนังสือ เฟื่องนคร ของ ‘ร เรือในมหาสมุท’

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม

     ตอนนี้อยู่ที่ 120 เล่มค่ะ แต่คิดว่าน่าจะจบปีด้วย 121 เล่มได้ 

 จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     สัก 20 เล่มก็พอค่ะ เราไม่ได้อยากตั้งจำนวนเยอะๆ เพราะไม่อยากกดดันตัวเอง เอาเป็นว่าอยากอ่านอะไรก็อ่านนี่แหละค่ะ ไม่อยากโฟกัสที่จำนวนมาก

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     เรื่องเล่าจากร่างกาย (ชัชพล เกียรติขจรธาดา เขียน) ค่ะ ซื้อมาดองนานแล้วแต่ยังไม่ได้อ่านสักที ปีหน้าจะต้องอ่านให้จบให้ได้ค่ะ!!!

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     อันนี้ความเห็นส่วนตัวของเรานะคะ เล่มที่เรารู้สึกชอบน้อยที่สุดคือเล่ม ชิ้นส่วนที่หายไป ของ ‘คะนะเอะ มินะโตะ’ (Kanae Minato) ค่ะ เนื่องจากการเล่าเรื่องทำให้เราเห็นแค่ว่าคู่สนทนาของตัวเอกพูดว่าอะไรบ้าง ก็คือเราจะไม่รู้เลยว่าตัวคู่สนทนาเขาคิดอะไร ตัวเอกพูดหรือคิดอะไรเราก็ไม่รู้ค่ะ ทำให้อ่านแล้วโฟกัสยากมากๆ แล้วก็เล่มหนาพอสมควร แต่ประเด็นที่พูดจะค่อนข้างวน พูดเหมือนๆ เดิม แทบไม่ได้เปลี่ยนในแต่ละบทเลย

แกเคยอ่านเล่มนี้ยัง
(Instagram: haveyouread.bkk)

•  แนะนำตัวหน่อยยย

     สวัสดีค่ะ ชื่อเพจ แกเคยอ่านเล่มนี้ยัง นะคะ 90% ที่เราอ่านและรีวิวเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ แต่ชื่อเพจดูไม่อินเตอร์และไม่เท่เลยเนอะ (ฮา) ขอเล่าที่มาของเพจหน่อยแล้วกัน ไม่ค่อยได้บอกใคร ย้อนไปเดือนธันวาคมปี 2015 เราอ่านเรื่อง A Man Called Ove ของคุณเฟรียดริก บักมัน แล้วชอบมากกกก แบบมากๆ จนอยากหาที่เล่า-ระบายอารมณ์ (ทุกคนน่าจะเข้าใจอารมณ์นี้นะ เพราะปัจจุบันเล่มนี้น่าจะเป็นที่รักของใครหลายคนไปแล้วในชื่อ ชายชื่ออูเว ของสำนักพิมพ์ Merry-Go-Round) ช่วงนั้นแทบไม่มีเพจหนังสือให้เราถล่มความรู้สึกใส่หลังอ่าน เพื่อนรอบตัวเราในชีวิตจริงก็ไม่มีใครเป็นนักอ่านที่คุยด้วยได้ ก็เลยเปิดพื้นที่เองซะเลยค่ะ! เป็นที่มาของชื่อเพจแหละ มาจากความรู้สึกชั่ววูบจริงๆ แบบ “เฮ้ยๆ แกเคยอ่านเล่มนี้ยัง มันดีมากเลย”

     เราใช้เพจไว้เป็นพื้นที่พูดคุยกับใครสักคน (ระบายอารมณ์) เกี่ยวกับหนังสือที่ชอบ-ไม่ชอบ เรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือ และบันทึกการอ่านอื่นๆ ของตัวเองค่ะ ปกติเราอ่านเกือบทุกแนว ตั้งแต่วรรณกรรมคลาสสิกร่วมสมัย YA (Young Adult) โรแมนซ์ แฟนตาซี ไซไฟ สยองขวัญ ระทึกขวัญ สืบสวนฆาตกรรม ฯลฯ คืออ่านหมด เป็นคนชอบลองของแหละ ยิ่งอ่านยิ่งพบว่ามันมี sub-genre อีกมากมายล้านแปดที่เรายังไม่เคยรู้หรือลองอ่านมาก่อน เลยถลำลึกเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งพล็อตประหลาดๆ จะชอบมาก ก็จะพยายามเอามาเขียนถึงบ้างค่ะ แต่ถ้ารีวิวบ่อยสุดคงวรรณกรรมทั่วไป (general fiction) มันเข้าถึงง่าย แล้วก็พวกหนังสือรางวัลต่างๆ พวก Pulitzer Prize, National Book Award, Booker Prizes เราพยายามติดตามทุกปี

     ช่วงแรกๆ เรารีวิวแบบใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งนะ หลักๆ ก็ชอบ-ไม่ชอบ พอมาปีหลังๆ เราพยายามจะใส่ประเด็นให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น มีวิเคราะห์พล็อต-ตัวละครบ้าง เชื่อมโยงเข้าประเด็นสังคมบ้าง การใช้ภาษา (ความยาก-ง่าย สำนวนต่างๆ) แล้วก็จะพยายามหาว่าเล่มนี้มีแปลไทยหรือยังนะ (ถ้าเป็นเล่มที่ชอบก็ช่วยดัน แอบไบแอส 555) บางเล่มเราชอบมาก แต่ไม่มีแปลเราก็พยายามดัน (เผื่อฟลุกมีคนเอาไปแปลจริงๆ คืออยากให้คนไทยได้เข้าถึงหนังสือสนุกๆ เยอะๆ แต่จนตอนนี้ยังไม่เคยสำเร็จนะคะ 555) รวมๆ คือ เราอยากให้มันมีประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่านรีวิวของเราจริงๆ ด้วย แต่ก็ยังคงความรู้สึกสบายๆ เหมือนมีเพื่อนมานั่งเล่าให้ฟังด้วย เน้นรีวิวตามที่คิดจริงแหละ อ๋อ สิ่งที่อยากเปลี่ยนแต่ทำไม่ได้สักทีคือ…เราชอบเขียนยาวๆ แบบพูดไปเรื่อย สไตล์พล่ามแถทางกระแสสำนึก (stream of consciousness) ซึ่งถ้าดูจากการตอบคำถามข้อนี้ น่าจะเห็นภาพกันแล้วสินะคะ 555

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Anxious People ของเฟรียดิก บักมัน อีกแล้วค่ะ (จู่ๆ บทสัมภาษณ์นี้ก็กลายเป็นการอวยยศคุณบักมันโดยไม่ได้นัดหมาย) เราอ่านเล่มนี้วันที่ 1 มกราคมพอดี และจนบัดนี้ 354 วันต่อมา ยังไม่มีใครล้มตำแหน่ง ‘Best of 2021’ ได้เลย (ฮา)

     สำหรับเรามันอะเมซิ่งมาก เพราะเป็นเรื่องอีรุงตุงนังเกี่ยวกับคนงงๆ กลุ่มหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การปล้นและจับคนเป็นตัวประกันในช่วงคืนก่อนวันขึ้นปีใหม่ แต่ไปๆ มาๆ วิธีการเล่าเรื่องของเขาก็พาเราไปรู้จักตัวละครแต่ละคนในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งมันเป็นกระบวนการที่ช่วยให้คนอ่านได้สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างเข้าหาตัวเยอะมาก ทั้งในแง่ของแนวคิด การดำเนินชีวิต ปัญหาต่างๆ ของคนยุคใหม่ ความกังวลเรื่องงาน ครอบครัว ความสัมพันธ์ รวมถึงปัญหา mental health ต่างๆ ด้วย เราอ่านแล้วรู้สึกเหมือนคุณนักเขียนมองเห็นเรา แล้วเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อบอกเราว่า มันโอเคมากๆ ที่จะรู้สึกกังวล จะเครียด จะเศร้า จะทิ้งดิ่งก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแย่ๆ ไปไม่ได้ เพราะงั้นอย่าลืมใจดีกับตัวเองและคนรอบข้างให้มากๆ นะ อือ รู้สึกเหมือนโดนหนังสือตบบ่าปุๆ เลยค่ะ มีความเป็นมนุษย์สูงมาก และที่สำคัญคือ มันตลก! แถมเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ พล็อตทวิสต์ของเล่มนี้เล่นกับค่านิยมทางสังคม และชุดความเชื่อที่พวกเราหลายๆ คนถูกหลอมขึ้นมา เราว่ามันฉลาดแยบยลมาก อ่านแล้วทัชใจสุดๆ เลย

     *เล่มนี้กำลังจะมีแปลไทย วางแผงต้นปีหน้า และกำลังจะเป็นซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์ฉายปลายปีนี้ค่ะ ดีใจมาก*

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “But books, like people, die. They die in fires or floods or in the mouths of worms or at the whims of tyrants. If they are not safeguarded, they go out of the world. And when a book goes out of the world, the memory dies a second death.” — จากหนังสือ Cloud Cuckoo Land ของ แอนโทนี ดอเออร์ (Anthony Doerr) 

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     ประมาณสามสิบกว่าเล่ม น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้พอสมควร น่าจะเพราะเอาเวลาไปไถมือถือกับอ่านเว็บตูนแหละค่ะ 555 พอทำงานที่บ้านแล้วสมาธิพังมาก  

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     ตั้งไว้ทุกปีที่ 52 เล่มในแอพ Goodreads ค่ะ (แล้วค่อยๆ เนียนลดจำนวนลงช่วงกลางปี ถ้าดูทรงแล้วว่าไม่ไหว 555) 

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     อยากเปิดใจลองอ่านงานของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’ (Haruki Murakami) อย่างจริงจังดูสักครั้ง ตอนเด็กๆ เคยซื้องานของเขามาอ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย จนกลายเป็นความทรงจำฝังหัวมาตลอดว่า โอเค คนนี้เขียนหนังสือไม่สนุก (ฮา) พอเรียนมหา’ลัย เคยลงเรียนวิชาที่อาจารย์เอางานของเขามาสอน มันทำให้เราพบว่า อ้าว เขาก็เขียนได้ดีนี่นา (ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับการที่เราโตขึ้นด้วยหรือเปล่า…หรือเพราะมันมีเกรดเป็นเดิมพัน เราเลยต้องตั้งใจอ่านมากๆ ก็ไม่รู้นะคะ) ความจริงซื้องานเขามาเก็บไว้หลายเรื่องแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาสได้เริ่มสักที ระหว่างนี้ก็มีหนังสือเล่มใหม่เข้ามาแทรกคิวในกองดองมิติที่สิบหกของเราตลอดเลยค่ะ

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     คดีฆาตกรรมในบ้านสิบเหลี่ยม ของคุณยูกิโตะ อายาสึจิ (Yukito Ayatsuji) ค่ะ เล่มนี้เกี่ยวกับนักศึกษาชมรมลึกลับเจ็ดคน เดินทางไปตากอากาศที่บ้านพักบนเกาะซึ่งเคยเกิดคดีฆาตกรรมสุดโหดมาก่อน ปรากฏว่าไปๆ มาๆ เริ่มมีคนในกลุ่มตายไปทีละคนสองคน ทั้งหมดเลยต้องพยายามไขคดีให้เร็วที่สุดก่อนที่ตัวเองจะเป็นรายต่อไป ความจริงอาจจะเพราะคุณอายาสึจิเขียนหนังสือเล่มนี้ไว้นานแล้ว พอมาอ่านตอนนี้พล็อตเลยไม่ได้ใหม่มาก อ่านไปเรื่อยๆ ช่วงท้ายๆ เราดันเดาคนร้ายถูกอีก! ช่วงเฉลยปมเลยรู้สึกไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ค่ะ

A Book To Read

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     เพจรีวิวหนังสือที่เน้นการรีวิวสั้นๆ เป็นหลัก เพราะผมเชื่อว่าการอ่านหนังสือ ถึงเราจะสรุปใจความสำคัญไปมันก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการได้ลงมืออ่านเองและเข้าใจบริบทที่นำมาซึ่งใจความสำคัญนั้นๆ ครับ และอีกเหตุผลนึงก็เพราะว่าส่วนตัวแล้วผมอยากให้คนไทยหลายๆ คนให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย ส่วนหนังสือที่รีวิวในเพจจริงๆ ก็อาจจะมีทุกแนว แต่ส่วนตัวแล้วโฟกัสไปที่กลุ่ม biography, self-improvement, แล้วก็​ business ครับ

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Make Time: How to Focus on What Matters Every Day ยุ่งจริง! หรือแค่คิดไปเอง ของ ‘เจค แนปป์’ (Jake Knapp) และ ‘จอห์น เซรัทสกี’ (John Zeratsky) ครับ หนังสือเล่มนี้น่าสนใจมาก เพราะว่าในยุคนี้หลายๆ คนก็หันมาสนใจเรื่อง productivity มากขึ้น อยากทำอะไรได้มากขึ้นในหนึ่งวัน ซึ่งหลายๆ ครั้งมันกลับกลายเป็นว่าเราหยิบนั่นทำนี่ต่อวันเยอะขึ้น แต่สิ่งเหล่านั้นอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่เราต้องทำจริงๆ หนังสือเล่มนี้เพิ่มคีย์เวิร์ดอีกอันนึงที่ควรมีคู่กันกับ productivity เลยคือ priority ครับ เพราะในความเป็นจริงเราไม่มีทางที่จะมีเวลาเพียงพอในการทำทุกๆ อย่าง เราจึงต้องเลือกและทำในสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ ให้ดีที่สุด และหนังสือเล่มนี้ก็จะสอนว่าเราจะ make time หรือบริหารเวลาของเราเพื่อทำในสิ่งที่สำคัญมากๆ ได้อย่างไรครับ

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “No matter how successful you are, change is always good. There can never be a status quo.” — จากหนังสือ Moneyball: The Art of Winning an Unfair Game ของ ‘ไมเคิล ลูอิส’ (Michael Lewis)

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม

     ผมไม่ได้เก็บสถิติจริงๆ จังๆ อาจจะมีตกหล่นไปบ้างนะครับ แต่เท่าที่นึกได้คิดว่าอยู่ที่ 23 เล่มครับ

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     อยากจะอ่านได้ที่ 30++ ครับ ถึงไม่ถึงค่อยว่ากันอีกทีครับ

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     ผมมีเยอะมากๆ เลยครับ 555 เอาเป็นว่าสามเล่มที่คาใจผมมากที่สุดแล้วไม่ได้อ่านสักทีก็​ Steve Jobs ของ ‘วอลเตอร์ ไอแซคสัน’ (Walter Isaacson) Principles ของ ‘เรย์ ดาลิโอ’ (Ray Dalio) จนแกออกเล่มใหม่แล้วก็ยังไม่ได้อ่าน แล้วก็​ Business Adventures ของ ‘จอห์น บรูกส์’ (John Brooks) ครับ

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     คงเป็น Keep Going: 10 Ways to Stay Creative in Good Times and Bad ของ ‘ออสติน คลีอน’ (Austin Kleon) ครับ จริงๆ หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้ไม่ดีนะครับ แต่ผมว่าหนังสือที่ดีมักจะต้องมีสองคุณสมบัติ คือเนื้อหาดีหรือเปล่า ซึ่งข้อนี้ผมว่าทุกคนก็น่าจะเห็นตรงกันอยู่แล้วเนอะ อีกอย่างที่ควรนำมาพิจารณาด้วยคือ มันสามารถสื่อใจความสำคัญออกมาได้ดีแค่ไหน เพราะถ้าหนังสือดีแต่เข้าใจยากมันก็สร้างอิมแพกต์ให้กับคนได้น้อย สำหรับผมหนังสือเล่มนี้จะตกไปในเคสหลังมากกว่า เพราะการเขียนค่อนข้างแอ็บสแตรกต์มากๆ ทำให้ตัวผมเองเข้าไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ครับ อาจจะบวกกับความคาดหวังด้วยเพราะผมเคยอ่านหนังสือเล่มอื่นของเขาซึ่งเขียนดีเลยนะครับ ลองหาอ่านดูได้ครับชื่อหนังสือ Steal Like an Artist ขโมยให้ได้อย่างศิลปิน

อ่านด้วย รีวิวหนังสือ

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     สวัสดีครับ เพจ ‘อ่านด้วย รีวิวหนังสือ’ ชอบรีวิวหนังสือ non-fiction แนวอาหารสมอง ให้สาระความรู้ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา การลงทุน ชีวประวัติเป็นหลักครับ

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Ego Is the Enemy ตัวคุณคือศัตรู ของ ‘ไรอัน ฮอลิเดย์’ (Ryan Holiday) แปลโดยสำนักพิมพ์วีเลิร์น เพราะเป็นหนังสือที่ทำให้ผมกลับมาคิดทบทวนกับตัวเองอย่างจริงจังว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำอยู่ มันดีต่อเราจริงๆ หรือมันเป็นเพียงแค่อาหารของอีโก้โดยที่ไม่รู้ตัว อ่านแล้วเกิดความอันล็อกบางอย่างในใจขึ้นมาครับ

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “ผู้คนเสียเวลาอันมีค่าในชีวิตไปกับการทำสิ่งที่ไม่ชอบ เพียงเพราะจะพิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่ได้เคารพนับถือ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ไม่ต้องการ” — จากหนังสือ Ego is the Enemy ตัวคุณคือศัตรู

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     56 เล่ม 

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     ปกติไม่ค่อยได้ตั้งเป้า ชอบอ่านไปเรื่อยๆ แต่ขอแค่ได้อ่านเดือนละเล่มก็พอใจแล้วครับ (มากกว่านั้นถือเป็นโบนัส)

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     Love People, Use Things: Because the Opposite Never Works เขียนโดย ‘โจชัว ฟีลด์ส มิลล์เบิร์น’ (Joshua Fields Millburn) และ ‘ไรอัน นิโคเดมัส’ (Ryan Nicodemus) 

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     The Science of Living: 219 reasons to rethink your daily routine เขียนโดย ‘สจวร์ต ฟาร์ริมอนด์’ (Stuart Farrimond) เพราะถึงอินโฟกราฟิกในหนังสือจะทำได้ดี แต่เนื้อหาค่อนข้างกว้าง คิดว่าน่าจะลดความเป็นฮาวทูและเพิ่มการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น

Up to read
(Instagram: uptoread

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     แอ็กเคานต์ bookstagram รีวิวแนะนำหนังสือทุกประเภท และตั้งใจจะใช้พื้นที่นี้เป็นคอมมิวนิตี้เล็กๆ ที่เข้าถึงง่ายให้ทุกคนมีส่วนร่วมในคอนเทนต์ เพื่อเป็นช่องทางในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ใช่แค่เรื่องหนังสือ แต่รวมถึงกิจกรรมงานอดิเรกต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Ego Is the Enemy ตัวคุณคือศัตรู ของไรอัน ฮอลิเดย์ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้กล้ายอมรับในตัวเองมากขึ้น เปิดโลกของคำว่าอีโก้ สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันเพื่อใช้เป็นแรงผลักดันให้เกิดความมุ่งมั่น เพราะผู้คนไม่รู้ว่าอีโก้ที่แท้จริงคืออะไรจึงเสียเวลาอันมีค่าในชีวิตไปกับการทำสิ่งที่ไม่ชอบ เพียงเพราะจะพิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่ได้เคารพนับถือ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ไม่ต้องการ

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “เราไม่ควรโยนทั้งชีวิตทิ้ง เพียงเพราะมันบุบสลายเล็กน้อย” — จากหนังสือ I Called Him Necktie ผมเรียกเขาว่าเน็กไท ของ ‘มิเลนา มิชิโกะ ฟลาชาร์’ (Milena Michiko Flašar) 

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     47 เล่ม

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     ในปี 2022 เป็นปีที่จะไม่ตั้งเป้าหมายจำนวนหนังสือเพื่อไม่ให้กดดันตัวเองเกินไป แต่จะโฟกัสไปที่การจัดสรรเวลาให้สามารถทำกิจกรรมที่อยากทำได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการอ่านหนังสือด้วยครับ 

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     Makoto Marketing หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น ของดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ’

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     Untamed อย่ายอม ของ ‘เกลนน็อน ดอยล์’ (Glennon Doyle) ผมอาจจะคาดหวังกับหนังสือเล่มนี้มากเกินไป แต่เนื้อหาบางส่วนในหนังสือยังไม่ทำงานกับผมเท่าที่ควรจะเป็น แต่อย่าเลือกที่จะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้เพียงเพราะผมบอกว่าไม่ชอบ หนังสือดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้อ่าน ไม่แน่ว่าหนังสือเล่มนี้อาจเป็นหนังสือเล่มโปรดของคุณก็ได้ครับ

One more chapter

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     สวัสดีค่ะ ชื่ออุ๋มจากแอ็กเคานต์ onemorechapter.th นะคะ ขอเรียกตัวเองว่าเป็น Books & Lifestyle Reviewer แล้วกันค่ะ เพราะนอกจากจะรีวิวหนังสือแล้ว อุ๋มยังชอบรีวิวเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆ ที่กำลังอินอยู่ในแต่ละช่วงด้วย เช่น การท่องเที่ยว เทียนหอม เครื่องหอม ฯลฯ สำหรับหนังสืออุ๋มจะไม่จำกัดประเภททั้งในการอ่านและการรีวิว แต่จะอ่านในสิ่งที่เราสนใจและอยากอ่าน รีวิวในสิ่งที่เราต้องการจะแชร์ต่อจริงๆ ค่ะ

• หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     ขอยกให้ ทักษะความสุข ของพี่เอ๋ นิ้วกลมค่ะ ชอบคอนเซปต์ของหนังสือเล่มนี้มาก เป็นเหมือนหนังสือสามัญประจำบ้านของอุ๋มในปีนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งหนังสือจะไม่ได้มาบอกวิธีการว่าต้องทำอย่างไรถึงจะมีความสุข แต่เป็นการแชร์มุมมอง ความคิด และการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่จิตใจของเราอาจจะไม่มั่นคง ต้องเจอกับปัญหา หรือมีเรื่องที่ทำให้ทุกข์ ดังนั้นอะไรก็ตามที่มีคำว่าทักษะ (skill) ก็หมายความว่าเราสามารถที่จะฝึกฝนได้ ความสุขก็เช่นกันค่ะ

     มีประโยคที่ได้จากหนังสือของพี่เอ๋ และได้นำมาพูดหรือใช้ตลอดกับทั้งตัวเองและคนรอบข้างก็คือ “ขอให้มีหัวใจที่มั่นคงค่ะ” 🙂

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “But it is not lives we regret not living that are the real problem. It is the regret itself.” — จากหนังสือ The Midnight Library มหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน ของแมตต์ เฮก

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     39 เล่ม

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     12 เล่ม (จริงๆ อ่านได้เดือนละเล่มก็รู้สึกพอใจแล้ว ที่เหลือถือเป็นกำไรค่ะ 555)

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     Tuesdays with Morrie วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี ของ ‘มิตช์ อัลบอม’ (Mitch Albom)

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     ไม่มีเลยค่ะ อุ๋มคิดว่าหนังสือทุกเล่มมีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งเราจะต้องได้อะไรกลับมาแน่ๆ สักเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยก็ทักษะการอ่านที่พัฒนาขึ้น หรืออาจจะเป็นช่วงเวลาที่หนังสือช่วยดึงเราออกมาจากหน้าจอมือถือและโซเชียลมีเดียก็ได้เช่นกันค่ะ

my space escape here

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     ชื่อมายค่ะ เป็นเจ้าของไอจี my space escape here รีวิวหนังสือบวกวาดภาพปก ปกติจะรีวิวตามใจและอารมณ์ของตัวเองไม่ค่อยมีหลักเกณฑ์อะไร และอ่านหนังสือหลายแนวมากๆ

• หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     Man’s Search for Meaning ชีวิตที่ไม่ไร้ความหมาย ของ ‘วิกเตอร์ อี. ฟรังเคิล’ (Viktor E. Frankl) มายชอบเล่มนี้ที่สุดในปีนี้เลยค่ะ เพราะหนังสือพูดถึงความทุกข์และความหมายของชีวิตได้ดีมากๆ ซึ่งผู้เขียนเป็นจิตแพทย์ที่เคยอยู่ค่ายนาซีมาก่อน มายคิดว่าชีวิตเรามีความทุกข์พอๆ กับความสุข ความสุขอาจไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะเรารับมือกับมันได้ แต่ถ้าเรารับมือกับความทุกข์ได้ดีเหมือนรับมือกับความสุข ชีวิตนี้ก็น่าจะสนุกมากขึ้น มายเลยชอบเล่มนี้ที่ให้ความหมายความของชีวิตและความทุกข์ค่ะ

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “…ประจันหน้ากับความทุกข์ให้เต็มที่ พยายามเก็บรักษาช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอและน้ำตาที่ซ่อนเร้นไว้ให้เหลือน้อยที่สุด แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอับอายในการหลั่งน้ำตา เนื่องจากน้ำตาจะบอกให้รู้ว่าคนคนหนึ่งมีความกล้าหาญอันใหญ่ยิ่ง นั่นคือความกล้าหาญที่จะทนทุกข์…” — จากหนังสือ Man’s Search for Meaning ชีวิตที่ไม่ไร้ความหมาย ของวิกเตอร์ อี. ฟรังเคิล

     “การเป็นคนที่แตกต่างนั้นไม่ใช่ปัญหา ก็แค่เป็นคนที่แตกต่าง แต่การรู้สึกแตกต่างนี่สิปัญหา…” — จากหนังสือ Letters to Sam จดหมายถึงแซม ของ ‘แดเนียล กอตต์ลีบ’ (Daniel Gottlieb)

     “ต่อให้เป็นคนที่เธอชอบก็ต้องเคยทำเรื่องแย่ๆ มาก่อนบ้าง และเธอต้องเรียนรู้ที่จะชอบพวกเขาต่อไป เราจะเหลือคนในชีวิตน้อยมากถ้าต้องตัดทุกคนที่ทำเรื่องแย่ๆ ออก” — จากหนังสือ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry ยายฝากบอกว่าขอโทษ ของเฟรียดริก บักมัน

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     150+ คงไม่ถึง 160 ค่ะ

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     100+ เล่มค่ะ

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     The Brothers Karamazov พี่น้องคารามาซอฟ ของ ‘ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี’ (Fyodor Dostoyevsky) จริงๆ ก็มีอีกหลายเล่ม แต่อยากอ่านเล่มนี้ที่สุด แต่ก็ขี้เกียจอ่าน แต่ก็อยากอ่านค่ะ

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     Seymour ซีมัวร์ ของ ‘เจ. ดี. ซาลินเจอร์’ (J. D. Salinger) ค่ะ อ่านไม่รู้เรื่อง คิดว่าถ้าอ่านใหม่ปีหน้าอาจจะชอบกว่านี้ แต่ปีนี้ไม่ชอบเล่มนี้ที่สุดค่ะ

TheAnness

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     แอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้รีวิวแค่หนังสือ แต่ยังทวีตนั่นนี่อีกมากมาย พูดง่ายๆ ว่าเป็นแอ็กเคานต์ส่วนตัวที่เราแค่ชอบอ่านหนังสือก็เลยใช้พื้นที่ตรงนี้มารีวิวหนังสือด้วย ส่วนใหญ่จะรีวิวสั้นๆ จบใน 1-2 ทวีต

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     ยากจัง ปีนี้เรามีหนังสือที่ชอบจำนวนไม่น้อย และก็อ่านแนวสืบสวนสอบสวนเยอะสุดๆ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ บวกกับความอยากแนะนำคงยกให้ Seta ไหม โดย ‘อเลซซานโดร บาริกโก’ (Alessandro Baricco) ซึ่งคงเป็นหนังสือที่นักอ่านหลายคนอ่านไปหมดแล้ว เราแค่เสียดายตัวเองที่ได้อ่านช้าเหลือเกิน เพราะหนังสือบางๆ เล่มนี้ให้ความรู้สึกที่ลุ่มลึกและมากมาย ซึ่งถ่ายทอดผ่านความน้อยแต่มากของเหล่าตัวอักษรและเรื่องราวของชายชาวฝรั่งเศสกับการเดินทางไกลไปตามหาไหมที่ญี่ปุ่น เป็นหนังสือที่ทำให้เรารับรู้ถึงการเต้นของหัวใจอีกจังหวะ

โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     จำไม่ค่อยได้ แต่ชอบโควตนี้จาก สลายสิ้นซึ่งความหวังรังรอง โดย ‘ตินกานต์’ หนังสือที่ชอบอีกเล่มในปีนี้ 

     “พ่อรักในแบบของพ่อ แม่รักในแบบของแม่ และฉันรักในแบบของฉัน หวังดีในมุมของเราอาจกลายเป็นบีบคั้นของอีกคน ผลักดันของเราอาจกลายเป็นผลักไส ยื่นให้อาจกลายเป็นยัดเยียด เราเผลอมองชีวิตคนใกล้ชิดเสมือนไม้ดัด เป็นเรื่องบ้าที่เรามาทะนงตนในการดัดคนอื่นเสมอ”

ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     ประมาณ 60 กว่าเล่ม

จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     น่าจะเกิน 50 เล่มก็พอแล้ว

เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     เยอะมาก นั่นคือคอลเลกชั่นกองดองของเรานั่นเอง แต่ให้เลือกมาหนึ่งเล่มน่าจะเป็น Ensaio Sobre a Cegueira บอด โดย ‘ฌูเซ่ ซารามากู’ (José Saramago) ที่อยากอ่านแต่ก็ยังไม่ได้อ่านสักที

หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     น่าจะเป็น Suicide Shop ร้านชำสำหรับคนอยากตาย โดย ‘ฌอง เติลเล่’ (Jean Teulé) คิดว่าเป็นเพราะคนดูชอบเยอะ และตัวพล็อตก็น่าสนใจประมาณหนึ่ง แต่พออ่านแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ เสียอย่างนั้น ทั้งที่คิดว่าวัตถุดิบขนาดนี้เอามาทำอะไรว้าวๆ ได้อีกแน่นอนเลย

ปีศาจหัวโตที่รีวิวหนังสือกองโต

•  แนะนำตัวหน่อยยยย

     สวัสดีจ้า จากแอ็กเคานต์ ‘ปีศาจหัวโตที่รีวิวหนังสือกองโต’ เรียกเราว่า ‘Bighead’ หรือ ‘หัวโต’ ก็ได้ เราลงรีวิวหนังสือที่อ่านจบแล้วเป็นประจำในทวิตฯ เพจเฟซบุ๊ก และไอจี หนังสือที่อ่านส่วนมากก็หยิบมาจากกองดองที่มี ซึ่งเราเองตั้งใจไว้ว่าจะลงรีวิวหนังสือทุกเล่มที่อ่านเลย เผื่อเพื่อนๆ ที่ชอบอ่านจะได้มาแลกเปลี่ยนความเห็น หรือเป็นแนวทางในการตัดสินใจซื้อ/อ่าน เราอ่านได้หลายแนวมากๆ แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือแนวสืบสวน-ฆาตกรรม 

 หนังสือที่อ่านแล้วชอบที่สุดในปีนี้

     ชอบที่สุดเป็นอะไรที่ตอบยากมาก เพราะหนังสือแต่ละเล่มก็จะมีมุมที่ชอบแตกต่างกันไป ซึ่งในปีนี้เราได้อ่านหนังสือหลายประเภท หลายแนวมาก เลยจะมีเล่มที่ชอบหลายเล่ม ขอแบ่งเป็นประเภทแล้วกันนะ

     แนวสารคดีความรู้: สงครามที่ไม่มีวันชนะ ของ ‘นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา’ เป็นแนววิทยาศาสตร์การแพทย์การรักษาโลกที่อ่านสนุกจริงๆ

     วรรณกรรมแปล: The Reader ของ ‘เบิร์นฮาร์ด ชลิงค์’ (Bernhard Schlink) เรื่องความสัมพันธ์ปนอีโรติก อ่านแล้วรู้สึกละเมียดละไม แถมเรื่องยังเกี่ยวกับการอ่านหนังสือและวรรณกรรมด้วย

     วรรณกรรมไทย: ข้างหลังภาพ ของ ‘ศรีบูรพา’ และ ตึกกรอสส์ และรวมเรื่องเอก ของ ‘อ. อุดากร’ เป็นวรรณกรรมในตำนานทั้งคู่ ก็คือดีสมคำร่ำลือ ไม่ต้องโฆษณามาก

• โควตที่ชอบที่สุดในปีนี้

     “พ่อบอกอยู่เสมอว่ามนุษย์เราก็ดีงามในแบบของแต่ละคน แต่คนจำนวนมากกลับรู้สึกว่าตัวเองมีจุดบกพร่องในรูปร่างหน้าตาบ้าง มีบาดแผลในใจบ้าง เพียงเพราะแตกต่างจากคนอื่น แล้วก็คิดว่าตัวเองไร้ค่า” — จากหนังสือ หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งไม่มีวางขาย ของ ‘ยาสึชิ คิตากาวะ’ (Yasushi Kitagawa)

     “ฉันน่ะโชคดีจริงๆ ที่ได้มีเธอเข้ามาแล้วก็ได้ทุ่มเททุกๆ วันให้ใครสักคนที่ไม่ใช่ตัวเอง ได้รู้ว่ามันมีความหมายขนาดนี้ พอมีคนที่ต้องคอยปกป้องเราก็จะเข้มแข็งขึ้น มีคนที่สำคัญกว่าตัวเองอยู่” — จากหนังสือ ส่งต่อไออุ่นแห่งความหวัง ของ ‘เสะโอ ไมโกะ’ (Seo Maiko)

• ปีนี้อ่านไปกี่เล่ม 

     ปัจจุบัน 20 ธันวาคม เราอ่านไปได้ 137 เล่มแล้ว (จบปี 2021 น่าจะได้เพิ่มอีกนิดหน่อย แม้จะเกินเป้าของปีนี้แล้วก็ตาม)

• จำนวนตั้งเป้าปีหน้า

     120 เล่ม แพลนไว้ว่าจะอ่านเดือนละ 10 เล่ม

• เล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่านสักที

     BELOVED บีเลิฟด์ ของ ‘โทนี มอร์ริสัน’ (Toni Morrison) เหมือนเคยบอกใครต่อใครว่าจะอ่านนะ อยากอ่านเล่มนี้นะ แต่ก็ยังไม่ได้อ่านสักที

• หนังสือที่ชอบน้อยสุดในปีนี้

     ปีนี้รู้สึกว่ามีเล่มเดียวเป็นแนวสืบสวนระทึก ขออนุญาตอุบชื่อไว้ เราไม่ชอบตรงเนื้อเรื่องดูไม่ค่อยมีเหตุผลมารองรับหลายจุด รวมถึงส่วนของการบรรยายไม่สมูทด้วย ทำให้คนอ่านแบบเรางุนงงเสียมากกว่า ซึ่งน้อยเล่มนักที่เราจะไม่ชอบ ส่วนมากจะออกแนวเฉยๆ เพราะถึงไม่ชอบยังไงก็มักจะพยายามอ่านให้จบเสมอ เพื่อที่จะได้รู้ว่าไม่ชอบอะไรตรงไหนในหนังสือเล่มนั้น