Mon 31 Oct 2022

JUNJI ITO’S WATCHLIST

ฉลองวันปล่อยผี กับ 5 เรื่องผีของ ‘จุนจิ อิโต้’

เรื่อง: A. Piriyapokanon

ภาพ: ms.midsummer

     หลังจากแนะนำความหลอนสไตล์ ‘สตีเวน คิง’ ไป ฮาโลวีนปีนี้เลยต้องขอทดสอบจิตใจว่ายังไหวไหมฮะ ยังไหวอยู่นะ ชาวร็อก เราไปต่อนะฮะ กับ Watchlist 5 เรื่องของ ‘จุนจิ อิโต้’ (Junji Ito) นักเขียนมังงะแนวสยองขวัญจากประเทศญี่ปุ่นที่มีดีกรีความชวนอ้วกระดับพระบิดา

     อิโต้เกิดเมื่อปี 1963 ที่จังหวัดกิฟุ และเมื่ออายุ 24 ปี เขาก็ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นแรกกับนิตยสาร Gekkan Halloween ด้วยพล็อตเรื่องลี้ลับน่าขนลุกที่ไม่รู้ไปเอาไอเดียพิสดารแบบนี้มาจากที่ไหน ประกอบกับลายเส้นที่ยิ่งพลิกหน้ากระดาษไปยิ่งเสียวสันหลัง ชื่อของอิโต้จึงกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแบบแจ้งเกิด และยังคงรั้งตำแหน่งตัวตึงวงการสยองฝั่งเอเชียมาจนถึงปัจจุบัน

     ดังนั้น ก่อนจะอ่านลิสต์ต่อไปนี้ แนะนำให้ทุกคนอาบน้ำให้พร้อม เปิดไฟให้สว่าง และขอสปอยล์ไว้ตรงนี้เลยว่าตอนจบแบบแฮปปี้ไม่มีอยู่จริง!

Tomie 

     เริ่มต้นด้วยผลงานเรื่องแรกซึ่งครองตำแหน่งเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดของอิโต้อย่าง โทมิเอะ (Tomie) 

     เท้าความก่อนว่าทีแรกอิโต้เขียน โทมิเอะ ขณะที่ยังทำงานด้านทันตกรรมช่วงปี 1987 ในรูปแบบเรื่องสั้นแบบตอนเดียวจบ แต่หลังจากประสบความสำเร็จจนได้รางวัล Honorable Mention จาก Umezu Kazuo Award อิโต้จึงเขียนซีรีส์ โทมิเอะ ต่อเป็น 20 ตอน

     ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘โทมิเอะ’ เด็กสาวหน้าตาสะสวยรวยเสน่ห์ที่เกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากหน้าผาระหว่างไปทัศนศึกษา เพราะกลัวความผิดและไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งครูและเพื่อนร่วมชั้นจึงรวมหัวกันหั่นเธอเป็นชิ้นๆ ก่อนจะแยกย้ายเอาไปทิ้งตามที่ต่างๆ แต่เรื่องยังไม่จบเท่านั้น เมื่อเช้าวันถัดมา โทมิเอะกลับเดินเข้าห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

     การกลับมาของเธอทำเอาทุกคนขวัญผวา เพราะโทมิเอะกลับมาเพื่อแก้แค้น คราวนี้ไม่ว่าใครจะตัดหัวเธอออก หั่นเป็นชิ้น สับให้เละแค่ไหน ชิ้นส่วนของเธอก็จะฟื้นคืนร่าง กลายเป็นโทมิเอะที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเท่านั้น

     ตำนานความหลอนของโทมิเอะถูกแบ่งร่างเป็นภาพยนตร์ถึง 9 ภาค ได้แก่ Tomie (1998), Tomie: Another Face (1999), Tomie: Replay (2000), Tomie: Re-birth (2001), Tomie: Forbidden Fruit (2002), Tomie: Beginning (2005), Tomie: Revenge (2005), Tomie vs Tomie (2007) และ Tomie Unlimited (2011) โดยว่ากันว่าเรื่องที่ได้รับคำชื่นชมมากที่สุดคือ Tomie Unlimited ภาคล่าสุดนั่นเอง

Uzumaki

     Uzumaki หรือชื่อไทยว่า ‘ก้นหอยมรณะ’ เป็นมังงะยาว 19 ตอนจบ (แถมอีก 1 ตอนพิเศษ) เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร ‘Big Comic Spirits’ ฉบับปี 1998-1999 ว่าด้วยคู่รักวัยมัธยม ‘คิริเอะ โกชิมะ’ (Kirie Goshima) และ ‘ชูอิจิ ไซโตะ’ (Shuichi Saito) ที่ต้องพบเจอกับคำสาปก้นหอยของเมืองคุโรอุสึที่พวกเขาเติบโตมา

     คำสาปเริ่มต้นจากครอบครัวไซโตะ เมื่อจู่ๆ พ่อของชูอิจิเกิดคลั่งรูปก้นหอยขึ้นมาแบบบ้าห้าร้อยจำพวก ส่วนแม่ก็ป่วยเป็นโรคจิตเภทกลัวก้นหอย ชาวเมืองคนอื่นเริ่มมีกระดองโผล่ขึ้นจากหลัง กลายเป็นหอยทากไต่ยั้วเยี้ยไปทั่ว แถมเมืองคุโรอุสึยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอกับพายุหมุนรูปก้นหอยขนาดใหญ่ซัดทำลายบ้านเรือนจนราบเป็นหน้ากลองไปอีก

     อิโต้ได้แรงบันดาลใจ Uzumaki มาจากบ้านตึกแถวที่เคยอยู่สมัยเด็กและยาจุดกันยุงแบบขด โดยช่วงที่เขาหาข้อมูลเรื่องก้นหอยสำหรับการเขียนนั้น อิโต้ทั้งนั่งจ้องลายก้นหอย ปล่อยน้ำออกจากอ่างเพื่อให้เห็นกระแสน้ำวนรูปก้นหอย กินอาหารที่มีลายก้นหอย ไปจนถึงเลี้ยงหอยทากเพื่อให้ซึ้งถึงรสพระธรรม

     แล้วความตั้งใจก็เป็นผล เพราะ Uzumaki ได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกมากมายจากหลายสำนัก รวมถึงได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลไอส์เนอร์อวอร์ด (Eisner Award) ในปี 2003 นอกจากนี้ ในปี 2009 Uzumaki ยังได้รับเลือกจาก Young Adult Library Services Association ให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดกราฟิกโนเวลสำหรับเยาวชน (ย…เยาวชน)

     สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้น ถูกสร้างในปี 2000 โดย ‘อากิฮิโระ ฮิกุจิ’ (Akihiro Higuchi) หรือชื่อในวงการ ‘ฮิกุจินสกี้’ (Higuchinsky) มีการตัดเนื้อเรื่องของมังงะออกไปหลายบท ดังนั้นหากใครอยากสัมผัสอาถรรพ์ก้นหอยแบบเต็มๆ สามารถติดตาม ก้นหอยมรณะ แบบแปลไทยได้จากสำนักพิมพ์ NED Comics

Gyo

     Gyo หรือ ปลามรณะ ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Jaws ของ ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ (Steven Spielberg) โดยอิโต้บอกว่าเขาอยากจะยกระดับความน่ากลัวของฉลามด้วยการพามันขึ้นมาอยู่บนบก

     Gyo จึงบอกเล่าเรื่องของคู่รัก ‘คาโอริ’ (Kaori) และ ‘ทาดาชิ’ (Tadashi) ที่กำลังใช้ช่วงเวลาวันหยุดในเกาะโอกินาวา ก่อนจะถูกรบกวนโดยกลิ่นเหม็นเหมือนศพ ทาดาชิสืบหาต้นเหตุจนเจอว่ากลิ่นเน่านั้นมาจากปลากลายพันธุ์ที่มีขาเป็นเหล็กเดินได้ แต่ที่ยิ่งไปกว่าเรื่องกลิ่น คือฝูงปลาปีศาจที่เริ่มทยอยขึ้นฝั่ง และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่โตเกียวนั้นมาพร้อมกับโรคระบาดที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อตัวบวม มีตุ่มหนองพุพอง เริ่มเป็นอัมพาต และค่อยๆ เน่าตายไปในที่สุด 

     Gyo ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อนิเมชันโดย ‘ทากายูกิ ฮิราโอะ’ (Takayuki Hirao) เมื่อปี 2012 ในชื่อ GYO: Tokyo Fish Attack! แต่น่าเสียดายที่คะแนนวิจารณ์ของผู้ชมเทไปทางผิดหวังซะเป็นส่วนใหญ่

Kakashi

     Kakashi หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Scarecrow เป็นเรื่องสั้นลำดับที่ 2 จากเล่ม The Face Burglar รวมผลงานฉบับที่ 4 ของจุนจิ ส่วนสำนวนแปลไทยรวมอยู่ใน ‘คลังสยองขวัญลงหลุม’ เล่มที่ 2

     เรื่องราวของ ‘คุณนุมาตะ’ (Mr. Numata) ที่เพิ่งสูญเสียภรรยาไปไม่นาน ก็ต้องมาจัดงานศพ ‘ยูกิ นุมาตะ’ (Yuki Numata)ลูกสาวเพียงคนเดียวที่จากไปด้วยสาเหตุการฆ่าตัวตาย ด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก คุณนุมาตะจึงหมั่นมาเฝ้าหลุมศพลูกสาวทุกวันอยู่ร่วมอาทิตย์ และเพื่อป้องกันไม่ให้ ‘โทชิโอะ’ (Toshio) ว่าที่ลูกเขยที่เขาจงเกลียดจงชังเข้าใกล้ที่ฝังศพลูกสาวอันเป็นที่รัก นุมาตะจึงขโมยหุ่นไล่กาจากนาแถวสุสานมาปักไว้ที่หน้าหลุมเพื่อเป็นการขับไล่

     เรื่องราวเขย่าขวัญเกิดขึ้นหลังจากนั้น หลายวันถัดมาเมื่อนุมาตะกลับมาที่สุสานอีกครั้ง เขาก็พบว่าหุ่นไล่กาที่นำมาปักไว้ บัดนี้มันมีหน้าตาเหมือนกับยูกิ ลูกสาวของเขาไม่มีผิดเพี้ยน

     ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ปี 2001 โดยผู้กำกับ ‘โนริโอะ สึรุตะ’ (Norio Tsuruta) มีการดัดแปลงเรื่องไปพอสมควร จากที่เคยเป็นความสัมพันธ์ของพ่อและลูกสาว ในคราวนี้หนังบอกเล่าเหตุการณ์ของพี่สาวน้องชายคู่หนึ่งที่มีเหตุให้ต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านโคซุคาตะอันห่างไกล ก่อนที่จะเจอกับพิธีกรรมหุ่นไล่ฟางสุดสยอง ที่ชาวบ้านเชื่อว่าหากนำผมคนตายมาเย็บเป็นหุ่นไล่ฟาง จะทำให้คนคนนั้นฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง

Long Dream

     คุณเคยฝันร้ายนานที่สุดแค่ไหน? เพราะ ‘เท็ตสึโระ มุโกดะ’ (Tetsuro Mukoda) ต้องเผชิญกับฝันร้ายนานนับสิบปีในชั่วข้ามคืน!

     Long Dream ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1997 ใน The Story of the Mysterious Tunnel รวมเรื่องสั้นชุดที่ 14 ของอิโต้ เล่าเรื่องราวของมุโกดะที่มารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการแปลกประหลาด นั่นคือทุกครั้งที่นอนหลับ เขาจะเข้าสู่ฝันร้ายไม่รู้จบ ทั้งฝันว่าเป็นทหารที่ต้องหลบกระสุนในสมรภูมิรบ 10 ปี นั่งอ่านหนังสือสอบทั้งวันทั้งคืน 9 ปี ไหนจะฝันที่เขาปวดทุกข์แต่วิ่งหาห้องน้ำเท่าไหร่ก็ไม่เจออีก 8 ปี ฝันสยองของมุโกดะยาวนานขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 10 ปี เป็น 20 ปี เป็น 50 ปี จนเขานึกกลัวขึ้นมาจับใจว่าอีกไม่นานฝันร้ายนี้จะยาวจนไม่มีวันจบลง

     ฉบับภาพยนตร์ในปี 2000 กำกับโดยฮิกุจินสกี้เจ้าเก่าจาก Uzumaki ตัวหนังมีความยาวเพียง 58 นาที แต่เก็บบรรยากาศขนหัวลุกและเนื้อเรื่องของมังงะไว้ครบถ้วน โดยเฉพาะฉากที่เห็นมุโกดะเปลี่ยนสภาพ บอกได้คำเดียวว่าตาค้าง