Fri 19 Feb 2021

HAESOO AND THE PRINCES

ตามติดชีวิต ‘แฮซู’ และความสัมพันธ์กับเหล่าองค์ชาย ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนจบ

ภาพ: NJORVKS

บทความชิ้นนี้มีการเผยแพร่เนื้อหาของซีรีส์

     ปกติแล้วก่อนจะดูซีรีส์เกาหลีสักหนึ่งเรื่อง เรามักจะไปเสิร์ชดูความเห็นของชาวเน็ต (a.k.a. พันทิป) ก่อนเพื่อความสบายใจ เวลาชาวพันทิปบอกเรื่องไหนไม่สนุก เราก็มักจะเชื่อโดยไม่ค่อยไตร่ตรองนัก เพราะเชื่อว่าพันทิปคือศูนย์กลางจักรวาล และโลกก็ต้องหมุนรอบพันทิปแน่นอน 

     ดังนั้นก่อนจะเปิดเรื่องใหม่ เราจึงต้องทำพิธีนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล

     “moon lovers สนุกไหม pantip”

     คอมเมนต์ส่วนใหญ่ในตอนนั้น (ช่วงที่เพิ่งฉายจบใหม่ๆ ประมาณปลายปี 2016) นอกจากจะเอนเอียงไปทางลบแล้ว ยังนำไปเปรียบเทียบกับ ปู้ปู้จิงซิน ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นต้นฉบับจากจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วยว่าสนุกกว่ามากมายแค่ไหน

     จังหวะที่กำลังจะถอดใจ เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อดูเรื่องนี้ ก็เลื่อนไปเจอคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า “ของแบบนี้อยู่ที่ความชอบของคน ไม่มีใครสามารถตัดสินได้หรอกค่ะ” เหมือนโดนน้ำเย็นสาดหน้าเรียกสติ เราจึงตัดสินใจกดปิดหน้าต่างพันทิปและไปสรรหาดูในทันที

     Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (2016) เป็นซีรีส์ย้อนยุคของเกาหลีใต้ ‘โกฮาจิน’ (รับบทโดย อีจีอึน หรือ ไอยู) ทะลุมิติมาโผล่ในประวัติศาสตร์ยุคโครยอ (ค.ศ. 935-1392) ในยุคนี้เธอกลายเป็น ‘แฮซู’ คุณหนูจอมซนประจำตระกูลชั้นสูง ก่อนโชคชะตาจะนำพาให้เธอต้องเข้าไปพัวพันกับเหล่าองค์ชายในวัง เกิดเป็นเรื่องราวความรัก ความแค้น และการแก่งแย่งชิงบัลลังก์สุดเข้มข้น 

     แม้พล็อตจะไม่ต่างจากซีรีส์ย้อนยุคเรื่องอื่นๆ แต่ด้วยเคมีที่เข้ากันของพระนาง คาแรกเตอร์ที่หลากหลายของเหล่านักแสดง ประกอบกับตอนจบสุดตราตรึงใจก็ทำให้เราหลงรักเรื่องนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น ถึงขนาดที่ตอนไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรกต้องไปเช่าชุดฮันบกเพื่อใส่เข้าพระราชวังเคียงบกเพราะอินมาก! 

     ต่อให้ชาวพันทิป (ในตอนนั้น) จะบอกว่าไม่สนุก เราก็ยังคงขอยกให้ซีรีส์เรื่องนี้อยู่ในระดับห้าดาวพร้อมหัวใจอีกสามดวง แต่แม้จะรักขนาดไหนเรากลับไม่ค่อยกล้าแนะนำต่อให้คนอื่น เพราะมันหาดูยากมาก… กระทั่งเมื่อต้นปี 2021 ทาง Viu ช่วยสานฝันคนไม่มูฟออนด้วยการนำมาฉายแบบถูกลิขสิทธิ์เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี T____T (ปริ่ม)

     เนื่องจาก Skip Intro เป็นคอลัมน์รีวิวซีรีส์แบบเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เพื่อให้คุณกดข้ามไปดูตอนที่สนุกได้เลย เรื่องนี้เราจึงมาในคอนเซปต์ ‘ตามไปดูชะตากรรมชีวิตของนางเอกกับเหล่าองค์ชายทั้งหลาย’ ใครอยากดูไอยูลุคไหนกดจิ้มได้ตามใจปรารถนาเลยจ้ะ

     หมายเหตุ: เตรียมตัวรับมือกับตัวละครจำนวนมหาศาล อาจต้องใช้ความพยายามในการจำสักหน่อย ไฟท์ติ้ง!!!

Title: Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo
Year: 2016
Cast: อีจีอึน (ไอยู), อีจุนกิ และคังฮานึล 
Genre: Sageuk, Romantic, Drama, Time Travel
Episode: 20
Available on: Viu

ปัจจุบัน
EP 1

     เปิดเรื่องมานางเอกของเราก็เมาเลย ‘โกฮาจิน’ นั่งก๊งโซจูอยู่กับลุงโฮมเลสที่ริมน้ำบริเวณสวนสาธารณะ เธอเพิ่งโดนแฟนนอกใจพร้อมทิ้งหนี้กองโตไว้ให้รับผิดชอบ ไม่ว่าหันไปทางไหนก็ดูจะมืดมนไปซะหมด ระหว่างที่กำลังตัดพ้อชีวิตก็เหลือบไปเห็นเด็กตกน้ำพอดี ฮาจินจึงกระโดดน้ำลงไปช่วยเหลือ ทันใดนั้นก็เกิดสุริยุปราคาบนท้องฟ้า ฮาจินถูกพลังงานบางอย่างดูดลงไปในน้ำ เธอค่อยๆ จมลงไปพร้อมกับภาพความทรงจำเลวร้ายที่เธออยากจะหนีไปให้พ้น

     ฮาจินฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในบ่อน้ำท่ามกลางกลุ่มผู้ชายที่กำลังอาบน้ำอยู่ เธอถูกหญิงสาวอีกคนลากออกไปก่อนที่จะถูกจับได้ แม้จะไม่เข้าใจแต่ฮาจินก็วิ่งตามไปจนออกมาโผล่ข้างนอก ที่นั่นมีผู้คนในชุดและทรงผมโบราณกำลังอาบน้ำอยู่ เป็นภาพที่แปลกตาและชวนแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอสงสัยมากที่สุดคือทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงเรียกเธอว่า “คุณหนู”

คุณหนู
EP 1-6

     ฮาจินย้อนเวลากลับมาในยุคโครยอ ปี 941 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าแทโจ—กษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์โครยอ และฟื้นขึ้นมาในร่างของคุณหนูตระกูลแฮ แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่อยากโดนจับได้ จึงแกล้งความจำเสื่อมและเลือกที่จะดำเนินชีวิตใหม่ในร่างของ ‘แฮซู’

     แม่หญิงตระกูลแฮผู้เป็นพี่สาวของแฮซูแต่งงานกับ ‘องค์ชาย 8’ หรือ ‘วังอุค’ (รับบทโดย คังฮานึล) เธอเป็นคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็รักน้องสาวมาก เธอรู้ดีว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานจึงฝากฝังให้วังอุคช่วยดูแลแฮซูด้วย ส่วนแฮซู ช่วงแรกๆ ก็มีชีวิตค่อนข้างดี ว่างๆ ก็ไปเดินเล่นสวยๆ ไม่ก็ตีกับ ‘องค์หญิงยอนฮวา’ (รับบทโดย คังฮันนา) ผู้เป็นน้องสาว แม้จะไม่ค่อยคุ้นกับผู้คนและสถานที่ แต่แฮซูก็ไม่เคยพยายามหาทางกลับไปปัจจุบันเลย 

     ในพาร์ตของราชสำนักก็มีดราม่าตามประสาชาววัง มีข่าวล่ามาแรงว่าจะมีการลอบปลงพระชนม์ ‘องค์รัชทายาท’ หรือ ‘วังมู’ (รับบทโดย คิมซานโฮ) ทำให้ ‘องค์ชาย 4’ หรือ ‘วังโซ’ (รับบทโดย อีจุนกิ) ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ถูกขอให้ช่วยปกป้ององค์รัชทายาทโดยแลกกับอะไรก็ได้

     องค์ชาย 4 ไม่ค่อยซี้กับชาวแก๊งเท่าไหร่นัก เพราะเขามีบุคลิกแข็งกร้าว ดูเป็นคนโหดๆ อีกทั้งการมีแผลเป็นบนใบหน้ายิ่งเสริมความน่ากลัวเข้าไปใหญ่ แต่จริงๆ แล้วเป็นเด็กมีปม เพราะแผลเป็นที่ว่านั้นเกิดจากฝีมือแม่แท้ๆ ของตัวเอง แถมยังถูกส่งไปเป็นเชลยที่ชินจูตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้โตมาด้วยความรักเหมือนองค์ชายคนอื่นๆ 

     วันหนึ่งแฮซูได้พบกับองค์ชาย 4 โดยบังเอิญ เธอเกือบพลัดตกเขาเพราะถูกชาวบ้านเบียด องค์ชาย 4 ควบม้าฮี่ๆ มาคว้าตัวไว้ทัน เอาล่ะค่ะ ขอเชิญทุกคนเปิดเพลง Say Yes ประกอบการอ่านและดูรูปต่อไปนี้ 

     ช่วงแรกๆ องค์ชาย 8 ก็เอ็นดูและดูแลแฮซูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่พักหลังๆ ความสดใสของแฮซูก็ค่อยๆ กลายเป็นแสงสว่างในหัวใจ โดยเฉพาะหลังจากที่แม่หญิงแฮตายไปแล้ว พี่ 8 ก็เดินหน้าเต็มสูบ นอกจากนี้แฮซูก็เริ่มรู้จักและเข้ามาพัวพันกับเหล่าองค์ชายมากขึ้น เช่น กับ ‘องค์ชาย 10’ หรือ ‘วังอึน’ (รับบทโดย แบคฮยอน วง EXO) ก็ตีกันมาก่อนแล้วค่อยเป็นเพื่อนกัน กับ ‘องค์ชาย 13’ หรือ ‘แพคอา’ (รับบทโดย นัมจูฮยอก) ก็เป็นเพื่อนดื่มเหล้ากัน กับ ‘องค์ชาย 14’ หรือ ‘วังจอง’ (รับบทโดย จีซู) ก็เป็นเพื่อนเล่นสนุกกัน

     ส่วนกับองค์ชาย 4 ก็มาสูตรสำเร็จของพระนาง ไม่ชอบหน้ากันเอาซะเลย แต่เธอดันได้เห็นด้านอ่อนแอของฉัน และฉันได้ช่วยชีวิตเธอ บ้าจริง ยัยนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะ อะไรประมาณนี้

     จากที่บอกว่าองค์รัชทายาทขอให้องค์ชาย 4 ปกป้อง พอรอดตายมาได้ก็ทูลขอให้พระเจ้าแทโจอนุญาตให้องค์ชาย 4 ได้อยู่ในวังหลวงต่อ 

     ขณะเดียวกัน ตระกูลแฮต้องการอำนาจเลยส่งแฮซูมาเป็นสนมในวัง แต่แฮซูไม่อยากแต่งงานกับพระเจ้าแทโจเลยสักนิด องค์ชาย 4 จึงรวมพลังกับองค์ชาย 8 มาทูลขอ พระองค์ก็ไม่ทรงเมตตา แฮซูเลยพังกระถางต้นไม้ หยิบเศษกระเบื้องมากรีดข้อมือตนเอง เพราะผู้หญิงที่จะแต่งงานกับกษัตริย์ได้ต้องเป็นผู้มิมีมลทินมัวหมอง เนื้อตัวต้องไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน (นั่นชุดเครื่องนอนโตโต้) เอาง่ายๆ ก็คือห้ามมีแผลเป็น แฮซูเลยรอดมาได้

     ในต้นฉบับจีน นางเอกจะเชี่ยวชาญด้านอาหาร แต่พอเป็นเวอร์ชั่นเกาหลีก็มีการปรับให้เข้ากับบริบทมากขึ้น โดยแฮซูนั้นสนใจด้านการแต่งหน้าและทำเครื่องประทินโฉมต่างๆ ซึ่งได้โชว์สกิลทำสบู่และแต่งหน้าให้แม่หญิงแฮไปหลายรอบ หลังจากยกเลิกงานอภิเษกไป แฮซูจึงถูกส่งตัวไปอยู่ทามีวอน 

นางใน
EP 7-9

     ทามีวอนคือตำหนักเกี่ยวกับการชงชา ปรุงยา แต่งหน้า และทำเครื่องสำอาง อยู่แยกออกมาจากวังหลวง ในที่แห่งนี้แฮซูอยู่ภายใต้การดูแลของโอซังกุง 

     ช่วงเวลานี้องค์ชาย 8 เพียรมาหาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนองค์ชาย 4 ก็เริ่มเห็นลู่ทางในการเข้ามาใกล้ชิดกับแฮซูมากขึ้น

     กลิ่นรักสามเส้ามันแรงนะคะ (บีบจมูก)

     แต่เหนืออื่นใด หลังจากนั้นโครยอดันเผชิญภาวะแล้งอย่างหนัก พระเจ้าแทโจทรงมีพระประสงค์ให้ทำพิธีขอฝน โดยจะสุ่มเลือกผู้แทนจากเหล่าองค์ชายทั้งหลาย หวยก็ดันไปออกที่องค์ชาย 4 พอดีอย่างกับจับวาง (คนเขียนบทบอกใช่สิ) แต่ชาวบ้านราษฎรไม่พอใจที่องค์ชาย 4 ใส่หน้ากากทำพิธี เพราะเชื่อว่าไม่เป็นมงคล พวกเขาจึงโห่ไล่และปาข้าวของใส่ องค์ชาย 4 เสียเซลฟ์หนัก พอแฮซูรู้เรื่องนี้จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยการทำคอนซีลเลอร์ขึ้นมาปกปิดรอยแผลเป็น ทำให้องค์ชาย 4 สามารถถอดหน้ากาก โชว์ใบหน้าหล่อเหลาสะท้านใจสาวทั่วโครยอ 

     ที่สำคัญคือนอกจากจะหล่อแล้วยังเรียกฝนได้ด้วยนะ

     พอฝนตกลงมาจริงๆ (ชะชะกิ่งก้านใบ) องค์ชาย 4 เริ่มได้รับการยอมรับจากพระเจ้าแทโจ ในขณะที่พระเอกกำลังดีใจ แฮซูกลับวิตกหนักเพราะจำได้แล้วว่าองค์ชาย 4 หรือวังโซจะได้ขึ้นครองราชย์ กลายเป็นพระเจ้าควางจง กษัตริย์ลำดับที่ 4 แห่งราชวงศ์โครยอ ผู้เหี้ยมโหดถึงขนาดฆ่าพี่น้องตัวเอง ถือเป็นรัชสมัยแห่งการนองเลือดเลยก็ว่าได้ แฮซูจึงต้องการเปลี่ยนประวัติศาสตร์เพื่อช่วยองค์ชายคนอื่นๆ

คนดูแลประจำตัวองค์ชาย 4
EP 9-11

     หลังจากได้แฮซูมาช่วยปิดรอยแผลเป็นให้แล้ว ความรู้สึกขององค์ชาย 4 ที่มีต่อนางก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เขาขอให้แฮซูมาดูแลปรนนิบัติเป็นการส่วนตัว ทำให้องค์ชาย 8 ไม่พอใจและกลัวว่าจะถูกแย่งแฮซูไป จึงชิงขอเธอแต่งงานพร้อมบอกว่าจะถอนตัวออกจากการชิงบัลลังก์ แฮซูกำลังอยู่ในช่วงคลั่งรักก็เชื่อสุดใจ ถึงแม้โอซังกุง ผู้ดูแลและรักเธอเหมือนลูกจะชวนให้เธอออกจากวังไปอยู่กันอย่างสงบที่บ้านก็ยังไม่ยอมไป

     ด้าน ‘พระมเหสียู’ และ ‘องค์ชาย 3’  หรือ ‘วังโย’ (รับบทโดย ฮงจงฮยอน) ที่ต้องการอำนาจและบัลลังก์เห็นพ้องต้องกันว่าแฮซูน่าจะมีประโยชน์ในเกมการเมืองนี้ จึงเลือกใช้นางเป็นหมาก โดยการใส่ร้ายว่าแฮซูเป็นผู้วางยาองค์รัชทายาท

     แต่แล้วแผนก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะองค์ชาย 4 ที่ล่วงรู้แผนการนี้เป็นผู้ยกยาพิษนั้นมาดื่มเสียเอง แต่ว่ายัยองค์หญิงยอนฮวาดันทำการแสดงดื่มยาพิษด้วยอีกคน ทำให้แฮซูตกเป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่ง เหล่าองครักษ์พิทักษ์วังรีบรุดไปตรวจห้องนอนของแฮซู โป๊ะเช๊ะ เจอยาพิษ แฮซูจึงโดนจับไปนอนในคุกเพื่อรอสอบสวน

     องค์ชาย 4 รอดมาได้เพราะร่างกายแข็งแรง เขาบอกองค์ชาย 8 ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของมเหสียู ทั้งคู่จึงร่วมมือกันทำโปรเจกต์พิเศษ ‘โซอุคตามล่าหาความจริง’ ทว่ายิ่งขุดไปเรื่อยๆ องค์ชาย 8 กลับพบว่าองค์หญิงยอนฮวาก็อยู่ในแผนการนี้ เมื่อต้องเลือกระหว่างความรักกับครอบครัว คนบูชาความรักอย่างองค์ชาย 8 ก็ย่อมเลือก…ครอบครัว 

     เอ้า ยัยนี่ (เท้าเอว)

     แฮซูถูกทรมานอย่างหนักและต้องโทษประหารชีวิต ระหว่างนั้นองค์ชาย 4 ก็พยายามเข้าเฝ้าฝ่าบาท เพื่อบอกความจริงทุกอย่าง แต่ไม่สำเร็จจ้า องค์ชาย 8 ที่ไม่อาจช่วยเหลือแบบออกหน้าออกตาได้ก็แบกหน้าไปขอร้องโอซังกุงให้ช่วยเปลี่ยนใจพระเจ้าแทโจหน่อย เพราะเขารู้ว่าโอซังกุงเป็นอดีตคนรักของฝ่าบาท โอซังกุงเตือนสติว่าการที่วังอุคเลือกบัลลังก์จะทำให้เขาเสียใจสักวันหนึ่งแน่นอน แล้วโอซังกุงก็ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าแทโจ บอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนางเอง

     มีการย้อนอดีตเล็กน้อยว่าสมัยสาวๆ นางเคยท้องกับพระเจ้าแทโจ แต่พระมเหสียูก็ทำให้นางแท้ง ครั้งนี้นางจะไม่ยอมเสียลูกให้กับคนร้ายคนเดิมอีกครั้ง แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากแต่เพื่อความสุขของโอซังกุง ฝ่าบาทจึงทรงมีรับสั่งให้แฮซูพ้นโทษ และประหารโอซังกุงแทน

     แฮซูพยายามประท้วงร้องขอความเมตตาให้โอซังกุงอยู่หน้าวังหลวงถึงสองวันเต็มๆ ตะโกนจนคอแหบแห้งพลางเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่องค์ชาย 8 จะมายืนอยู่ข้างกัน แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นวังอุค เขากลับเดินหันหลังให้นาง มีเพียงองค์ชาย 4 เท่านั้นที่มายืนบังฝนให้

     ฮืออออออออออ T_________T

     แฮซูจึงเบิกเนตรว่าความรักกินไม่ได้ เธอสูญเสียแม่ สูญเสียความเชื่อ และสูญเสียความไร้เดียงสาไปกับเหตุการณ์นี้

ทาส
EP 12-13

     หลังการประหารโอซังกุง แฮซูถูกไล่ออกจากทามีวอนและถูกลดสถานะไปเป็นทาสในแผนกซักล้าง เธอถูกรังแกสารพัด อีกทั้งฝ่าบาทยังมีพระราชโองการห้ามใครก็ตามให้ความช่วยเหลือแฮซูด้วย แต่มีหรือที่พ่อพระเอกของเราจะฟัง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฉันจะไปเจอคนของฉัน ใครจะทำไม จิตใจของแฮซูจึงสับสนวุ่นวาย หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใดนอกจากองค์ชาย 4 

     จากที่เคยรักองค์ชาย 8 หมดใจเธอก็เริ่มค่อยๆ เปิดรับองค์ชาย 4 ขณะเดียวกันองค์ชาย 14 เริ่มเข้ามาพัวพันกับแฮซูบ่อยครั้งขึ้น เสนอตัวว่าจะช่วยพาเธอออกจากวัง แต่แฮซูบอกให้ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม 

     วังโซกับวังอุคเริ่มมีความคิดอยากได้บัลลังก์เพื่อปกป้องคนที่รัก ไม่นานนักพระเจ้าแทโจก็สวรรคต มีแผนการก่อกบฎโดยองค์ชาย 3 กับองค์ชาย 8 แต่ไม่สำเร็จ องค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าฮเยจอง ทรงรับสั่งให้แฮซูกลับมาที่ทามีวอนและเลื่อนขั้นเป็นซังกุง

แฮซังกุง
EP 14-17

     ‘องค์ชาย 9’ หรือ ‘วังวอน’ (รับบทโดย ยุนซอนอู) เป็นตัวละครบทรองที่คอยซัพพอร์ตเรื่องไม่ดีทั้งหลายแหล่ ผลงานล่าสุดคือหลอกใช้คนสนิทของแฮซูผสมปรอทในอ่างน้ำ ทำให้พระเจ้าฮเยจองไม่สบาย ส่วนข่าวดีในช่วงนี้คือหลังจากคัมแบ็กมาอย่างสมเกียรติ แฮซูก็ลักกี้อินเกมลักกี้อินเลิฟกับองค์ชาย 4 แบบสุดๆ

     ทีมเชียร์ถูกคนรู้สึกมีความสุขมากค่ะ ^_____^

     แต่สุขได้ไม่นาน องค์ชาย 3 ก็ก่อกบฎอีกรอบ ซึ่งคราวนี้สำเร็จซะด้วย พอพระเจ้าฮเยจองเสด็จสวรรคต องค์ชาย 3 จึงปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ในนามพระเจ้าจองจง พร้อมสั่งห้ามไม่ให้แฮซูออกจากทามีวอนโดยเด็ดขาด เพราะจะเก็บนางไว้เป็นไพ่ลับในการต่อรองกับองค์ชาย 4 นั่นเอง

     ด้วยความกลัวที่จะถูกแย่งบัลลังก์ พระเจ้าจองจงสั่งฆ่าลูกน้องและคนในตระกูลขององค์ชาย 10 ที่เป็นฐานอำนาจใหญ่ในวัง แม้แฮซูจะพยายามช่วยให้องค์ชาย 10 กับภรรยาหลบหนีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ องค์ชาย 10 บาดเจ็บสาหัส เขาไม่อยากทรมานอีกต่อไปจึงขอให้องค์ชาย 4 ฆ่าตนเองให้จบๆ ไป

     แผ่นดินโครยอเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

     คราแรกองค์ชาย 4 ตัดสินใจจบความสัมพันธ์กับแฮซู เพราะไม่อยากให้นางตกอยู่ในอันตรายเพราะเขาอีกแล้ว แต่พอแฮซูกำลังจะถูกฆ่าก็แจ้นมาปกป้องสุดชีวิตจนตัวเองเจ็บไปด้วย ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้รู้ใจของตัวเองแล้วว่ารักกันมากแค่ไหน 

(เกือบได้เป็น) พระมเหสี
EP 17-19

     พระเจ้าจองจงเริ่มมีอาการประสาทหลอนเพราะฆ่าคนไปมากมายเพื่อขึ้นครองบัลลังก์ ไม่นานก็สวรรคตตามพระราชาองค์ก่อนๆ ไปอีกคน องค์ชาย 4 ครองราชย์ต่อเป็นพระเจ้าควางจงผู้ปกครองแผ่นดินด้วยความเมตตา แฮซูเริ่มสบายใจว่าพระองค์คงจะไม่เข่นฆ่าพี่น้องตัวเองดังประวัติศาสตร์ที่เคยร่ำเรียน (เพราะเหมือนองค์ชาย 3 จะรับบทนี้ไปแล้ว) จึงอยู่เคียงข้างโดยไม่เคลือบแคลงใจอีกต่อไป 

     พระเจ้าควางจงอยากดันแฮซูขึ้นเป็นพระมเหสี แต่ผู้ที่จะเป็นมเหสีได้ต้องมาจากตระกูลใหญ่และมีอำนาจมากพอเพื่อสนับสนุนให้บัลลังก์มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 

     ทางด้านครอบครัวองค์ชาย 8 เห็นลู่ทางไต่เต้าจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากตำแหน่งพระราชาเป็นตำแหน่งพระมเหสีแทน องค์ชาย 8 ที่แค้นจากการถูกแย่งทั้งตำแหน่งและคนรักเข้าวังมาย้ำเตือนฝ่าบาทว่าแฮซูผู้มีแผลเป็นน่ะ เป็นมเหสีไม่ได้หรอก ก่อนจะโดนพระเจ้าควางจงตอกหน้ากลับไปว่าตนเองก็เป็นพระราชาที่มีแผลเป็นเช่นกัน ลืมไปแล้วเหรอจ๊ะ

     ทว่าเส้นทางการปกครองไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ตระกูลผู้มีอำนาจต่างๆ ทำอารยะขัดขืนสารพัด ถ้าไม่อยากเห็นแผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงก็มีแต่ต้องแต่งงานกับองค์หญิงยอนฮวาเท่านั้น 

     แล้วงานอภิเษกสมรสก็ถูกจัดขึ้นเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

     แม้จะเจ็บปวดใจ แต่แฮซูยังคงอยู่ในวังหลวงเพราะรักพระเจ้าควางจงมาก กระทั่งเห็นคนสนิทของตัวเองถูกทรมานจนตายเพราะเป็นสปายสายลับให้องค์ชาย 9 มาตลอดและสมรู้ร่วมคิดการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าฮเยจอง จึงทนไม่ไหวอีกต่อไป ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงโหดร้ายเหลือเกิน พอดีกับองค์ชาย 14 ที่หลงรักแฮซูมานานชวนให้ออกจากวังไปอยู่ด้วยกัน โดยใช้ราชโองการจากพระเจ้าจองจง (องค์ชาย 3) ที่อนุญาตให้องค์ชาย 14 แต่งงานกับแฮซูได้เป็นข้ออ้าง

     องค์ชาย 4 ตัดพ้อน้อยใจว่าที่แท้แล้วในใจของแฮซูไม่เคยมีพระองค์เลยสินะ เลยยอมตัดใจให้นางไปจากวังหลวงแห่งนี้ โดยไม่รู้เลยว่าแฮซูกำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ 

     เรียกว่าพล็อตมาแบบละครหลังข่าวสุดๆ แต่ถามว่าอินมั้ย ฉันบอกเลยว่ามาก

ภรรยาองค์ชาย 14
EP 20

     แฮซูออกจากวังมาอยู่กับองค์ชาย 14 ในฐานะพี่น้อง เพราะใจของเธอมีเพียงองค์ชาย 4 เท่านั้น ซึ่งจุดนี้องค์ชาย 14 เข้าใจและยอมทุกอย่าง 

     นอกจากจะเจ็บเข่าจากการถูกทรมานคดีวางยาองค์รัชทายาทเมื่อตอนนู้นแล้ว แฮซูยังเป็นโรคหัวใจอีกด้วย ร่างกายของเธอค่อยๆ ทรุดลงทุกที พระเจ้าควางจงที่ตัดใจไม่ลงและคงไม่ยอมก็มีการมาแอบมองชีวิตคู่ของแฮซูกับองค์ชาย 14 อยู่บ่อยๆ แต่มาทีไรเจอแต่ช็อตเด็ดกีฬามันทุกที งงมาก ทั้งๆ ที่นางเอกก็พร่ำเพ้อถึงอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมาเจอ สุดท้ายเลยเข้าใจทึกทักไปเองว่าแฮซูหมดรักตนเองไปแล้ว กลายเป็นความโกรธเข้ามาแทนที่

     แฮซูพยายามเขียนจดหมายมาหาเพื่ออธิบายทุกอย่างและบอกว่าจะรอพบเขาอยู่ทุกวัน แต่วังโซก็ไม่เคยเปิดอ่านแม้แต่ฉบับเดียว (เพราะยัยองค์ชาย 14 ปรารถนาดี บอกว่าลายมือแฮซูคล้ายกับฝ่าบาท งั้นใส่ซองที่มีลายมือของตนอีกชั้นดีกว่า เพื่ออะไรไม่รู้ ใครทราบมากระซิบบอกได้) พอแฮซูคลอดลูก ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอหนักขึ้นอีก ช่วงเวลาสุดท้ายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     กว่าฝ่าบาทจะรู้ว่าจดหมายนั้นเป็นของแฮซู ก็สายเกินไปเสียแล้ว พระองค์ทำได้เพียงกอดโถเถ้ากระดูกของคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ และจมปลักอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต

     เอาจริงๆ ไม่อยากเล่าตอนจบให้ฟังเลย (คนอ่านเท้าเอววีนตาเขียวปั๊ด) เพราะมันควรค่าแก่การไปดูเองมากๆ ใครยังไม่ได้ดูขอเชิญกดตอนที่ 20 นาทีที่ 45 เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยตัวเองได้เลยค่ะ

     แต่ถ้าใครเคยดูแล้ว อนุญาตให้เลื่อนอ่านตอนต่อไปนี้ได้ เพราะไม่อยากเก็บไว้อ่านคนเดียวเหมือนกัน มันจึ้กหัวใจ 

ปัจจุบัน
EP 20

     หลังจมน้ำและนอนหลับเป็นผักอยู่เกือบปี โกฮาจินฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ เธอฝันถึงชายหนุ่มผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าซ้ำๆ ทุกคืน และตื่นมาพร้อมน้ำตาทุกวัน วันหนึ่งฮาจินเดินผ่านนิทรรศการภาพวาดสมัยโครยอ พอแวะเข้าไปดูก็รู้สึกว่าทุกภาพช่างคุ้นเคยเหลือเกิน เธอเดินชมงานไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่หน้ารูปพระเจ้าควางจง จึงได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเคยเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงความฝัน

     น้ำตาแตกตามนางเอกไปหนึ่งแมตช์ โดยเฉพาะฉากที่ร้องไห้และขอโทษที่ทิ้งให้พระองค์ต้องเดียวดายอยู่คนเดียว บีบหัวใจมากกกกกกก

     แม้ท้ายที่สุดแล้วพระนางจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เราขอยกให้เป็นตอนจบที่ตราตรึงใจที่สุดตั้งแต่ดูซีรีส์เกาหลีมาเกือบ 10 ปี ถึงขนาดที่วันต่อมาแค่ได้ยินเพลงประกอบละครคือน้ำตาคลอ เพราะเชื่อหมดใจเลยว่าความรักของวังโซกับแฮซูเป็นของจริง

     แม้จะดูจบไปนานแล้ว แต่เรายังจำประโยคที่แฮซูพูดในตอนท้ายได้ขึ้นใจ

     “หากเราได้พบกันที่โลกอื่น มันจะดีแค่ไหนกันเพคะ หากเป็นเช่นนั้นจริง หม่อมฉันก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว หม่อมฉันจะได้รักพระองค์หมดหัวใจเท่าที่ต้องการ”

     ฮือ มูฟออนเป็นวงกลมอีกรอบ